ความรัก

ผมตั้งใจจะแต่งงานกับแฟน จนกระทั่งผมได้พบรักแรกของผมอีกครั้ง ผมจึงคิดนอกใจเธอ

ไงทุกคนผมคือ “รอฟ” ผมอยากให้คุณทำอะไรอย่างนึงให้ผมหน่อยปิดตาแล้วลองจินตนาการกันนะครับภาพชายฝั่งนั้นไร้ที่สิ้นสุดมีภูเขาหันหน้าเข้าหาทะเลและบนนั้นมีประภาคารโบราณตั้งอยู่มีบ้านเล็กๆที่มีหลังคาสีอิฐเผาอยู่ข้างใต้นั้นมันชอบเป็นทัศนียภาพที่งดงามน่าทึ่งเลยว่าไหมนี่คือทิวทัศน์ที่ผมเคยจ้องมองอย่างไม่รู้เบื่อตั้งแต่ช่วงเวลาแรกในชีวิตผมเกิดและเติบโตขึ้นที่บ้านริมชายฝั่งอันแสนสงบสุขที่สุดแห่งนั้นที่นั่นไม่ได้กว้างใหญ่นักแต่พ่อและแม่ผมปล่อยพื้นที่ละแวกนั้นให้เช่าเพื่อเลี้ยงครอบครัวของเราหนึ่งได้แขกที่เราจำได้แม่นยำที่สุดเท่าที่เคยมีคือหัวหน้าพ่อครัวในภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง

ในเวลานั้นซึ่งก็คือคุณ “รอสเซติ” ตลอดมาเขาชอบแม่ผมและพยายามจะหยอดแม่อยู่เสมอในเวลาที่พ่อของผมไม่เห็นเขาสอนแม่ทำอาหารเมนูต่างๆล้วนแต่เป็นของอร่อยแล้วผมก็ชอบดูเขาไล่เวทมนต์ในห้องครัวผมแทบไม่รู้เลยว่าหลังจากนั้นผมพบว่าการทำอาหารและคำแนะนำเรื่องจีบอาสาของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างมากในอนาคตเดี๋ยวคุณจะรู้ในอีกไม่นานนี้ละครับแขกกลุ่มโปรดของผมคือครอบครัว “ร๊อดเจอร์” พวกเขาจะใช้เวลาตลอดฤดูร้อนกับเรา “เอมิลี่” ลูกสาวของพวกเขาอายุมากกว่าผมเพียงไม่กี่ปีเธอเป็นคนตลกมากและผมจะบอกว่าไงดีล่ะช่วยไม่ได้จริงๆผมจะตกหลุมรักเธอนั้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมชอบสาวสักคนแล้วผมยังอายไม่รู้จะทำตัวยังไงดีแต่ผมใช้เวลาส่วนใหญ่เอาแต่คอยมองเธอวาด 

เธอวาดภาพเก่งมากเลยล่ะหลังจากที่พวกเขาจากไปผมคิดถึง “เอมิลี่” คุณรู้ไหมผมอายุแค่ 10 ขวบเองและหัวใจของผมก็ยังไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าความเจ็บปวดถึงผมจะจำได้ว่าเราสองคนเล่นสนุกกันบ่อยแค่ไหนก็ตามผมต้องใช้เวลาอีกราว 10 กว่าปีผมถึงจะได้ยินเรื่องของครอบครัว “ร๊อดเจอร์” อีกครั้งแม่บอกผมว่าพวกเขาจะกลับมาเยี่ยมเราอีกผมพยายามจะนึกภาพว่าในตอนอายุ 16 ปีอย่างนี้เธอเป็นอย่างไรแล้วเมื่อผมเห็นเธอจะดูเหมือนจะยิ่งน่าหลงใหลยิ่งกว่าที่ผมจะนึกภาพออกได้แต่เมื่อผมพยายามจะคุยกับเธอ เธอกลับวางท่าทีห่างเหินและเย็นชาพ่อของเธออธิบายว่า “เอมิลี่” ไม่ได้ดีใจที่มาที่นี่แหละใช้เวลาช่วงหน้าร้อนกับพ่อแม่ของเธอพวกเขาเองที่คะยั้นคะยอว่าพวกเขาทั้งหมดน่าจะไปด้วยกันเพราะนี้จะเป็นการใช้เวลาในฤดูร้อนร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ “เอมิลี่” จะเรียนจบชั้นมัธยมแล้วออกไปเรียนมหาลัย

ดังนั้นพวกเขาก็เลยบอกผมว่าผมไม่ควรเก็บหรือพฤติกรรมของเธอคิดมากครั้งหนึ่งผมได้ยิน “เอมิลี่” โต้เถียงกับแม่ของเธอหนักมากผ่านทางหน้าต่างที่เปิดไว้เท่าที่ผมเข้าใจเธอกำลังบ่นว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่และน่าสนใจที่นี่ให้เธอได้ถ่ายรูปเลยและนี่ก็ทำให้ผมนึกอะไรได้ทันทีวันถัดมาผมชวนให้ไปเดินทัศนาจรแบบเป็นส่วนตัวสำหรับแขก VIP ตามที่ผมเรียกเราขี่จักรยานไปด้วยกันขึ้นไปบนประภาคารเก่าถ้าเธอยังไม่ชอบอีกก็ไม่มีอะไรในโลกที่ควรให้เธอถ่ายรูปแล้วล่ะผมคิดแบบนั้น “เอมิลี่” ตื่นตาตื่นใจกับตัวประภาคารเก่าและทิวทัศน์ริมทะเลที่มองเห็นจากที่นี่และขณะที่เธอกดถ่ายรูปรัวเป็นร้อยๆใบผมเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นี้ให้เธอฟังอย่างเช่นผมนึกว่าที่นี่เป็นที่พ่อของผมขอแม่แต่งงานและเป็นจุดที่เธอตอบว่าค่ะและครั้งหนึ่งตอนที่ผมทะเลาะกับพ่อผมหนีมาที่นี่แล้วอยู่บนนี้นาน 2 วันระหว่างที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ “เอมิลี่” ฟังผมเห็นรอยยิ้มของเธอเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พวกเขามาถึงแล้วพูดกันตามตรงนะผมคิดว่าในที่สุดผมก็ทำให้เธอรู้สึกดีได้แล้วเพราะทริปสั้นๆของเราครั้งนั้นทำให้เธอเริ่มเกิดความสนอกสนใจสิ่งต่างๆ

ดังนั้นในวันถัดมาผมจึงตัดสินใจภายในออกไปอีกเพราะผมนัดเจอเพื่อนของผมที่ร้านกาแฟและคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะบอกให้เธอรู้ว่าผมสนใจในตัวเธอแต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนพูดให้สั้นๆนะผมควรจะชวน “เอมิลี่” ไปเดทไม่ใช่ว่าปล่อยให้เธอสมาคมกับเพื่อนๆของผมโดยเฉพาะพี่ชายคนหนึ่งของเพื่อนผมที่ชื่อ “รอย” เขาสูงกว่าผมไหล่กว้างกว่าก็ใช่นั่นแหละมองจากภายนอกแล้วเขาก็ต้องดึงดูดสาวอายุ 16 ปีได้อยู่แล้วแล้วเดาสิว่าวันถัดมาเกิดอะไรขึ้นเขามารับเธอทันทีหลังมื้อเช้าแล้วพาเธอมาส่งดึกมากผมเป็นเด็กอายุ 14 ที่อกหักดังเป๊าะและหวังจริงๆว่าอยากให้ฤดูร้อนครั้งนั้นจบลงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไม่กี่สัปดาห์ถัดมาผมพบว่า “เอมิลี่” แอบร้องให้อยู่ที่ชั้นล่างผมตัดสินใจเข้าไปปลอบเธอให้สงบลงเล่าให้ฟังด้วยความสับสนว่า “รอย” ทิ้งเธอไปคบกับผู้หญิงคนอื่น

เอาจริงๆนะผมพร้อมออกไปฆ่าไอ้เวรนั่นเลยแต่อันดับแรกผมต้องทำให้สาวที่กำลังโศกเศร้าข้างๆผมร่าเริงขึ้นก่อนจากที่คุณ “รอสเซติ” สอนผมอยู่เสมอทำอาหารได้สาวทานแล้วเธอจะเป็นของคุณผมรู้ว่าผมทำอาหารดีๆอร่อยๆได้อย่างนั้นก็เลยชวน “เอมิลี่” เข้าครัวและในอีก 20 นาทีถัดมาหรือราวๆนั้นเธอก็หัวเราะกับเรื่องงี่เง่าอะไรสักอย่างที่ผมเล่าให้เธอฟังได้แล้วคุณคงคิดผิดถ้าคิดว่านี่เป็นตอนจบอันแสนสุขของเรื่องราวเพราะไม่กี่วันถัดจากนั้นเธอก็จากไปพร้อมครอบครัวแต่ก่อนที่การมาเที่ยวพักผ่อนของพวกเขาจะจบลงแค่บอกผมว่าอาหารของผมเป็นอาจารย์ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานแล้วผมควรมองอาชีพพ่อครัวเป็นตัวเลือกในอนาคตคำชมของเธอตราตรึงอยู่ในความคิดของผมจริงๆดังนั้นเมื่อผมอายุครบ 17 ปีผมจึงยืนกรานกับพ่อแม่ขอให้อนุญาตให้ผมไปนิวยอร์กเพื่อเรียนศิลปะการทำอาหารชีวิตของผมในเมืองใหญ่แห่งนั้นน่าทึ่งมากผมกลายเป็นที่หนึ่งในชั้นและได้งานพาร์ทไทม์ดีๆที่ร้านอาหารผมมีเพื่อนมากมายออกไปปาร์ตี้บ่อยครั้งและใช่ผมยังได้เจอสาวที่น่ารักด้วยเราคบกันได้ 1 ปีเราจึงตัดสินใจออกมาอยู่ด้วยกันเราเช่าอพาร์ทเม้นท์และตามที่เราตั้งใจคือพยายามจัดการพื้นที่และทำให้ห้องของเราอยู่สบายๆและออกไปเดินซื้อของในตลาดมือสองด้วยกัน

ที่นั่นเองท่ามกลางเข้าของที่ไม่ได้ใช้แล้วของคนอื่นผมเห็นภาพวาดสวยๆภาพหนึ่งของทิวทัศน์ที่ทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยหน้าผาที่มีประภาคารแล้วบ้านหลังเล็กๆด้านหน้านั้นคือทิวทัศน์เดียวกับที่ใครก็ตามที่นั่งอยู่ตรงหน้าม้านั่งที่บ้านริมทะเลของพ่อแม่ผมจะมองเห็นผมไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยผมพุ่งตรงไปหาคนขายและถามว่าเขาได้ภาพนี้มาจากไหนและเขาบอกว่าครั้งหนึ่งมีสาวคนหนึ่งเช่าบ้านเขาแล้วลืมภาพนี้ไว้ใต้เตียงโดยบังเอิญในตอนที่ย้ายออกไปแน่นะว่าตอนที่เขาไม่รู้เรื่องของสาวคนนั้นอีกแล้วแล้วผมก็รู้สึกได้ถึงความต้องการอันแรงกล้าและแปลกประหลาดที่จะได้ครอบครองภาพนั้นที่จริงภาพนั้นมันเป็นคนหาผมจนพบผมซื้อมาในราคาไม่เท่าไหร่และคุณแน่ใจได้เลยว่าผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังโดยเฉพาะ “อลิสต์” แฟนของผมว่าภาพสภาพนี้มีความเป็นมาอย่างไร

เมื่อเราจัดข้าวของอพาร์ตเมนต์ของเราแล้วเราก็จัดงานปาร์ตี้และหนึ่งในเพื่อนของ “อลิสต์” ก็มากับแฟนหนุ่มของเธอทันทีที่เขาเห็นภาพวาดเขาก็ดูเหมือนจะต้องมนต์เสน่ห์ของผมปรากฏว่าเขารู้จักศิลปินที่วาดภาพเข้าเรียนชั้นเดียวกับเธอที่คณะศิลปะแต่แล้วเธอก็เปลี่ยนสาขาไปเรียนการถ่ายภาพชื่อของเธอคือ “เอมิลี่” และเธอมีสตูดิโอถ่ายภาพอยู่ในตัวเมืองผมยังต้องเล่าต่อไปว่าผมรู้สึกประหลาดใจแค่ไหนผมหาที่สุดยอดแห่งนั้นอย่างลับๆโดยไม่ได้บอกแฟนผมแล้วตรงไปที่นั่นเพื่อพบกับ “เอมิลี่” เมื่อผมพบเธอผมรู้ทันทีว่าผมตกหลุมรักเธอผมตรงไปหา “เอมิลี่” แล้วทักว่าไงส่วนเธอก็ประหลาดใจและดีใจเช่นกันที่เจอผมเราคุยกันอยู่ครู่นึงแล้วไปพบกันที่ร้านกาแฟในเวลาต่อมา

และก็ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าเราควรอยู่ด้วยกันผมหมายถึงที่ถ้าจะเป็นเรื่องบ้าบอกชัดๆที่ชีวิตของเราเรียนมาพบกันอีกได้หลังจากผ่านมาตั้งหลายปีอีกอย่าง “เอมิลี่” ก็บอกด้วยว่าเธอก็ชอบผมและแน่นอนว่าไม่ได้ติดใจอะไรถ้าจะดำเนินความสัมพันธ์กับผมแต่ตอนนี้ผมต้องหาวิธีเลิกกับ “อลิสต์” เพราะผมไม่อยากนอกใจเธอเรื่องนั้นจะต้องยากแน่ๆผมว่านะเมื่อคิดถึงเรื่องที่เราอยู่ด้วยกันพวกนั้นแล้ว

อย่าลืมกดปุ่มทุกปุ่มที่คุณเห็นเพื่อแสดงให้ผมรู้ว่าคุณชอบเรื่องราวของผมและอยากแบ่งปันเรื่องนี้จนแทบทนไม่ไหวนะครับ 

เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้อง

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments
Back to top button
0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x

ปิดโปรแกรมบล็อคโฆษณา

กรุณาปิดโปรแกรมบล็อคโฆษณาก่อนนะ เพราะเว็บจะอยู่ได้ก็จากป้ายโฆษณา